เคยมีรูปปั้นแกะสลักตั้งอู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันนี้ รูปปั้นนี้ไม่เหลือแม้แต่ซาก แต่แผ่นที่จารึกที่บรรยายเกี่ยวกับรูปปั้นยังคงเหลืออยู่ คำบรรยายเขียนไว้ในรูปแบบการสนทนาระหว่างรูปปั้นกับคนที่เดินผ่านไปมา
“รูปปั้นเอ๋ย ท่านชื่ออะไร”
“ฉันชื่อโอกาส”
“ใครเป็นคนแกะสลักท่านขึ้นมา”
“ช่างแกะสลักชื่อ ลีซีปัส”
“ทำไมท่านจึงยืนเขย่งเท้า?”
“เพื่อบ่งบอกว่าฉันอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม”
“แล้วทำไมที่เท้าของท่านจึงมีปีก”
“เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
“แต่ทำไมผมด้านหน้าของท่านจึงยาวอย่างนี้”
“ก็เพื่อให้คนที่พบฉัน จะได้จับฉวยไว้ได้ง่าย”
“แล้วทำไมหัวด้านหลังของท่านจึงล้าน ไม่มีผมแม้แต่เส้นเดียว”
“ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า เมื่อฉันผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับฉันได้ใหม่”
จริงด้วย ทางด้านหน้าของ “โอกาส” มีผมยาวแต่ด้านหลังล้านเกลี้ยง เพราะเมื่อปล่อยให้ “โอกาส” ผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับยึดมันกลับมาได้อีก
โอกาส จึงเตือนเราทุกคนว่า
“อย่ามาต่อว่าฉัน ว่าฉันไม่เคยมาเยี่ยมกราย เพราะบ่อยครั้งเหลือเกินที่ฉันมาเคาะประตู แต่เธอกลับไม่อยู่บ้าน ทุกวันฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเธอ เรียกให้เธอตื่น ให้ขยันขันแข็ง ให้รีบตัดสินใจ ให้ลงมือทำ ให้ออกแรง ให้สู้
เพื่อจะได้มาซึ่งชัยชนะและความสำเร็จ จงอย่าปล่อยให้ฉันผ่านไป เธอจะได้ไม่ต้องนั่งเสียใจในภายหลัง ที่ฉัน “โอกาส” ผ่านมา แต่เธอไม่รู้จักจับฉวย”
ในเมื่อมีฉันอยู่ในมือแล้ว
ทำโอกาสในทุก ๆ ด้าน ให้มีประโยชน์ หากยังไม่ได้บอกรักใคร ก็รีบฉวยโอกาสที่มีบอกรักใครสักคนนะ
ลองคิดกันดู ?
เมื่อมีโอกาส เหตุไฉนถึงปล่อยให้ผ่านไป โอกาสมีไม่กี่ครั้งในชีวิต เมื่อมันผ่านไปแล้ว ก็ไม่รุ้ว่าจะโอกาสจะมาอีกเมื่อไร
เพราะฉะนั้น เมื่อพบโอกาสก็ควรไขว่ขว้าไว้ แต่เมื่อมันผ่านไปแล้ว
ก็อย่าไปเสียใจกับอดีตมากนัก ควรมองอนาคต และสร้างโอกาสให้ตัวคุณเอง
โอกาสเรียนหนังสือ โอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณผ้มีพระคุณ คุณควรทำตั้งแต่บัดนี้ ก่อนโอกาสจะหลุดลอยไป และคุณจะไม่เจอโอกาสนั้นอีกตลอดชีวิตของคุณ